เมื่อโลกเดินมาถึงยุคที่คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน คือ ‘ดวงตา’ ของคนตาบอด

avatar
Benyalai Admin1
14 Jul 2020

คอมพิวเตอร์ อาจเป็นแค่เครื่องมือที่ใช้สำหรับทำงาน หรือหาความสนุกของคนปกติสมาร์ทโฟนอาจเป็นแค่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกชนิดหนึ่ง ที่คนทั่วไปก็ใช้กันแต่ทั้งหมดที่ผมว่าไปมันจะเป็นมากกว่านั้น เมื่อคนตาบอดเป็นคนใช้มัน

แต่ก่อนไม่ว่าคนตาบอดจะทำอะไร เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ก็ดูเหมือนจะยุ่งยากไปหมด เพราะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับสื่อจำพวกนี้ยังพัฒนาไม่มากพอ คนตาบอดจึงไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  หากเมื่อเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน  โลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีเป็นปัจจัยอีกประการที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ อุปสรรคต่างๆ ที่คนตาบอดเคยประสบก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ
ปัจจุบัน คนตาบอดสามารถอ่านนิยายผ่านคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนได้ด้วยโปรแกรมอ่านหน้าจอ สามารถเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นได้เป็นส่วนใหญ่  อย่างไม่มีปัญหา แม้แต่การดูหนัง คนตาบอดเองก็มีแอพพลิเคชั่นเสียงบรรยายภาพที่คอยอธิบายภาพที่ปรากฏในแต่ละฉากให้คนตาบอดเข้าใจ

หากเป็นคนตาดีคงไม่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านี้ แต่เมื่อเป็นคนตาบอด ปัจจัยดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ เพราะหากขาดเครื่องมือเหล่านี้ไป คนตาบอดจะถูกจำกัดการรับรู้อย่างมหาศาล เช่น ไม่สามารถเข้าถึงข่าวสาร ไม่สามารถเลือกดูหนัง ฟังเพลง ไม่สามารถติดต่อกับคนที่อยู่คนละสถานที่ได้ และอีกสารพัด

ผมถึงว่าอุปกรณ์เหล่านี้ มันคือ ‘ดวงตา’ ของคนตาบอด เพราะด้วยเครื่องมือเหล่านี้ ทำให้คนตาบอดเข้าถึงอะไรได้หลายอย่าง อาทิ หากคนตาบอดอยู่คนเดียวในโรงแรม แล้วเขาคลำไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ หากไม่มีโทรศัพท์ คนตาบอดก็จะรู้แค่ว่า “อ๋อ นี่มันหนังสือ” แต่เขาจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า นี่มันคือหนังสือเกี่ยวกับอะไร
ในทางกลับกัน หากคนตาบอดมีโทรศัพท์และแอพพลิเคชั่นที่จำเป็น เขาสามารถถ่ายรูป แล้วสั่งให้แอพพลิเคชั่นช่วยอ่านตัวอักษรในหนังสือเล่มนั้นได้

ระหว่าง ‘รู้’ และ ‘ไม่รู้’ มันต่างกันอย่างมหาศาล

สมมุติว่าถ้าเขาไม่รู้เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนั้น พอตกตอนเย็น คนตาบอดก็ไปซื้อทุเรียนเข้ามากินในห้องพัก ทั้งที่หนังสือเล่มนั้น เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับกฎข้อห้ามในโรงแรม โดยมีข้อหนึ่งเขียนว่า “ห้ามนำทุเรียนเข้ามาภายในห้องพัก” แต่เพราะคนตาบอดอ่านไม่ได้ เลยไม่รู้ข้อห้ามในส่วนนี้ ถามว่าคนตาบอดผิดหรือไม่ สำหรับผมแน่นอนไม่ผิด เพราะคนตาบอดไม่รู้เกี่ยวกับข้อห้ามดังกล่าว แต่ถามว่าทางโรงแรมมีสิทธิ์ปรับค่าเสียหายมั้ยก็มี เพราะคนตาบอดก็ทำผิดกฎจริงๆ สุดท้ายก็คงขึ้นอยู่กับการพิจารณาไปตามทัศนะของแต่ละคน

ในทางกลับกัน ถ้าคนตาบอดมีโทรศัพท์ในมือ แล้วเขาใช้แอพพลิเคชั่นช่วยอ่านเนื้อหาภายในหนังสือเล่มนั้น  จนรู้รายละเอียดส่วนใหญ่ของหนังสือ เขาก็จะรู้ว่า “อ๋อ นี่เป็นหนังสือเกี่ยวกับกฎข้อห้ามในโรงแรม มีข้อหนึ่งระบุเอาไว้ด้วยว่า ห้ามนำทุเรียนขึ้นมากินบนห้องพัก” พอรู้แล้ว ปัญหาเรื่องนำทุเรียนขึ้นมากินบนห้องพักก็จะไม่เกิดขึ้น หรือถ้ามันเกิดขึ้น เราก็จะได้ชี้ชัดลงไปเลยว่า นี่เป็นการจงใจทำผิดกฎของคนตาบอดเอง

นี่เป็นเพียงกรณีเล็กๆ ที่ผมยกมาเพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้อ่านมองเห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น ถ้าเป็นกรณีที่ร้ายแรงกว่านี้ ข้อมูลที่คนตาบอดจะสามารถเข้าถึงได้ยิ่งต้องสำคัญ

ผมเขียนอธิบายมาจนถึงตอนนี้ ก็เพื่อให้แต่ละคนเข้าใจว่า อุปกรณ์เทคโนโลยี สำหรับคนตาบอดแล้ว  มันไม่ใช่แค่เอาไว้ทำงาน ติดต่อสื่อสาร หรือเสพความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ เพียงแค่นั้น แต่มันยังถือเป็น ‘ดวงตา’ ที่สำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่นๆ เช่นกัน

สิ่งของนั้นๆ จะมีความสำคัญแค่ไหน ส่วนหนึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวมันเอง หากทว่ามันขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้งานมันด้วย

ที่มา:
http://www.blindliving.keangun.com/blog/139

SHARE ON SOCIAL MEDIA :