บทคัดย่อ

การรับรองและบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศเป็นประเด็นหนึ่งทาง

กฎหมายที่มีความสำคัญ และได้รับความสนใจจากนานาอารยะประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน

ปัจจุบันที่โลกได้เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งความไร้พรมแดน อันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้าน

เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีการสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ได้ก่อให้เกิดการ

เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของนิติสัมพันธ์ในระหว่างเอกชนที่มีลักษณะข้ามชาติ (มีองค์ประกอบ

ระหว่างประเทศ) พร้อม ๆ กันกับการเพิ่มขึ้นของข้อพิพาทหรือการฟ้องคดีระหว่างเอกชนในระดับ

ระหว่างประเทศ (international litigation) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คำพิพากษาซึ่งเป็นผลจากการระงับ

ข้อพิพาทหรือการฟ้องคดีมิอาจจำกัดผลอยู่แต่เฉพาะภายในดินแดนของประเทศแห่งศาลที่ได้ทำ

คำพิพากษาเหมือนเช่นอย่างในอดีตได้อีกต่อไป

แต่อย่างไรก็ดีการที่คำพิพากษาศาลของประเทศหนึ่งจะเข้าไปมีผลในอีกประเทศ

หนึ่งได้หรือไม่นั้นย่อมตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ว่าด้วยการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาล

ต่างประเทศของประเทศที่ได้รับคำร้องขอ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ

ตลอดจนเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวไว้แตกต่างกัน โดยมีทั้งที่อยู่ในรูปของกฎหมายลายลักษณ์อักษร

และที่ไม่เป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร ซึ่งจากความแตกต่างของหลักเกณฑ์ในทางกฎหมาย

ประกอบกับแนวคิดในเรื่องอำนาจอธิปไตยของรัฐทำให้เกิดอุปสรรคในการยอมรับและบังคับตาม

คำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการขจัดความแตกต่างของหลักเกณฑ์ในทาง

กฎหมายภายในตลอดจนผ่อนคลายความเคร่งครัดในเรื่องอำนาจอธิปไตยจึงได้มีการนำกลไก

ในทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสนธิสัญญามาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเสถียรภาพใน

เรื่องการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศในระหว่างรัฐภาคีแห่งสนธิสัญญา ซึ่ง

แนวทางดังกล่าวได้รับการยอมรับจากหลายภูมิภาคของโลกที่ได้มีการรวมกลุ่มในทางเศรษฐกิจไม่

ว่าจะเป็นองค์การนานารัฐอเมริกัน และสหภาพยุโรป

สำหรับประเด็นปัญหาในเรื่องการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศ

ในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น จากการศึกษาพบว่า สามารถแบ่งการพิจารณาสถานะของเรื่อง

ดังกล่าวได้เป็นสองระดับ กล่าวคือ ในระดับภูมิภาค (regional) และในระดับรัฐ (state) ซึ่งในแต่

ละระดับต่างได้ให้การยอมรับสถานะของเรื่องการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาล

ต่างประเทศในลักษณะที่แตกต่างกัน โดยหากเป็นเรื่องการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาล

ต่างประเทศในระดับภูมิภาคพบว่า ในปัจจุบันภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียนไม่ปรากฏว่า

ได้มีการจัดทำความตกลงในเรื่องดังกล่าวในระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียนแม้เพียง

ฉบับเดียว ไม่ว่าจะเป็นความตกลงในระดับทวิภาคีหรือพหุภาคีอีกทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีประเทศใด

ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้เข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวด้วยการรับรองและ

บังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศในระดับสากลเลย คงมีเพียงแต่ระบบการรับรองและบังคับ

ตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศที่เกิดขึ้นเนื่องจากความสัมพันธ์ในลักษณะพิเศษของสมาชิก

ในกลุ่มประเทศอาเซียนบางประเทศที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษที่พอจะทำให้เห็นถึงความร่วมมือ

ระหว่างสมาชิกของกลุ่มประเทศอาเซียนในเรื่องดังกล่าว

ในขณะที่หากเป็นเรื่องการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศใน

ระดับรัฐนั้นจะมีความชัดเจนมากกว่าในระดับภูมิภาค โดยจากการศึกษาพบว่า แทบทุกประเทศที่

เป็นสมาชิกของอาเซียนต่างมีระบบการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศภายใต้

ระบบกฎหมายภายใน ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของหลักเกณฑ์การรับรองและบังคับตามคำ

พิพากษาศาลต่างประเทศภายใต้ระบบกฎหมาย Civil Law และ Common Law อย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งต่างมีแนวคิดทฤษฎีตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับรองและบังคับตามคำพิพากษา

ศาลต่างประเทศที่แตกต่างกัน

 

Abstract

Recognition and enforcement of foreign judgments are important and

interesting legal issues for civilized countries especially in the borderless world these

days. Rapid changes in economy, society, technology, communication, and

transportation are the major factors that increase the numbers of private legal relations

and litigation across the nations. Therefore, the judgment should not be enforced solely

in that country.

Enforcement of foreign judgments in one country will be adopted in another

country depend on the recognition and enforcement of foreign judgment available in the

enforcing court. Rules and conditions of the above recognition and enforcement of each

country are dissimilar. It may either be in the forms of written or unwritten law.

Differences in rules and conditions in each country and the concept of sovereignty

might be the factors that obstruct the recognition and enforcement of foreign judgments.

In order to reduce aforesaid factors, treaty obligation which is an effective international

legal mechanism can be introduced to solve the problems among the state parties. This

instrument has been accepted in several regional international organizations, including

the Organization of American States (OAS) and the European Union (EU).

In ASEAN countries, it can be divided in two categories, namely, regional

and state. In the case of regional, there is not a single agreement found regarding

recognition and enforcement of foreign judgments, either in bilateral or multilateral

agreements. Moreover, there is no ASEAN countries engaged in any other conventions

related to these issues. However, there are some ASEAN countries which were

memberships of the Commonwealth of England recognized and enforced foreign

judgments to other Commonwealth members with special relation.

On the other hand, it is found that in the case of state most ASEAN members

recognized and enforced foreign judgments under their domestic laws. The

acceptances of foreign judgments were highly correlated with the judgments under civil

law or common law system. These two systems are different in concepts, rules, and

approaches concerning foreign judgments.

ดาวน์โหลดเอกสาร